NEWS

SPI จับมือ โตคิว-สห โตคิว ปั้นโมเดล “ศรีราชาแห่งอนาคต”

SPI จับมือ โตคิว-สห โตคิว ปั้นโมเดล “ศรีราชาแห่งอนาคต” รับคลื่นทุนโลก-ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC

บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ร่วมกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น (โตคิว) หนึ่งในบริษัทพัฒนาเมืองชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สห โตคิว)

ลงนามบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โดยมี นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Mr. Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager, International Business Division, Tokyu Corporation และ Mr. Masahiko Nishimoto กรรมการผู้จัดการ และ

นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนาม มุ่งต่อยอดศักยภาพเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต

ภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “ศรีราชา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยและเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือระหว่าง SPI, โตคิว และ สห โตคิว ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุน

เราเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กร ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่น ประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศักยภาพของพื้นที่ในศรีราชา จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว

พร้อมยกระดับศรีราชาสู่จุดหมายสำคัญของนักลงทุนและบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก โดย SPI จะนำศักยภาพด้านการพัฒนาพื้นที่ในศรีราชามาต่อยอดร่วมกับโตคิวซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองมากกว่า 100 ปี

ขณะที่ สห โตคิว จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับศักยภาพของศรีราชาสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติในอนาคต”

Mr. Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager,  International Business Division, Tokyu Corporation

กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่โตคิวได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสังคมผ่านการพัฒนาชุมชน และนอกเหนือจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว เรายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศเวียดนาม และออสเตรเลีย

โดยนำความเชี่ยวชาญที่เราสั่งสมมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สำหรับในประเทศไทย โตคิวได้สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและยาวนานร่วมกับเครือสหพัฒน์ (Saha Group)

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2557 นอกเหนือจากนั้นเรายังได้ร่วมมือกันในโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Redevelopment Project) ซึ่งนำโดยเครือสหพัฒน์ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครอีกด้วย

การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือของเราขึ้นไปอีกขั้น โดยพื้นที่ที่มีแผนจะพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อยู่ใกล้กับจุดก่อสร้างพื้นที่จุดพักรถบนทางหลวง (Service Area) และจุดขึ้นลงทางด่วนแห่งใหม่ ซึ่งการผสานจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทเข้าด้วยกันจะทำให้เราสามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริงใน ศรีราชา

“เราจะยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือสหพัฒน์ต่อไป และพร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เพื่อผลักดันการเติบโตของเมืองในอนาคต พร้อมทั้งสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ”

Mr. Masahiko Nishimoto กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สห โตคิว มุ่งมั่นพัฒนาสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยคุณภาพสูงในศรีราชา เพื่อรองรับชาวญี่ปุ่นและครอบครัวที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศไทย

เรามองเห็นพัฒนาการและศักยภาพของเมืองแห่งนี้มาโดยตลอด ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น สห โตคิว จะนำประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยให้เช่าในศรีราชาที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง”

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้า บนพื้นที่ 700 ไร่ของกลุ่มสหพัฒน์ในศรีราชา

โดยมุ่งสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” ที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่EEC

ทั้ง 3 องค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาแนวทางการสร้างเมืองที่สามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการลงทุนในอนาคต

โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและบุคลากรคุณภาพเข้าสู่พื้นที่

การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาและวาง รากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของศรีราชา ที่มุ่งสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ในระยะยาว

พร้อมผลักดันให้ศรีราชาก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติของพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกในอนาคต

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น