NEWS

GCAP GOLD จับตา FOMC นัดแรกยุค ‘Kevin Warsh’ 

GCAP GOLD” จับตา FOMC นัดแรกยุค ‘Kevin Warsh’   ชี้ Dot Plot สัญญาณดอกเบี้ย ตัวกำหนดชะตาทองคำ

วัดใจทองคำในศึกแรกของประธานเฟดคนใหม่ “GCAP GOLD” แนะจับตาการประชุม FOMC วันที่ 17–18 มิ.ย.นี้ ชี้ Dot Plot รอบใหม่อาจเป็นตัวแปรชี้นำทิศทางทองคำระยะสั้น

แม้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75% แต่หาก Warsh ส่งสัญญาณ “Hawkish” มากกว่าคาด อาจกดดันราคาทองคำย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ แม้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50% –3.75%

แต่ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่รวมถึง Dot Plot และประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของเฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้

“ต้องจับตา Dot Plot รอบใหม่ว่าจะยังสะท้อนแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือไม่ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมายของเฟด

เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเริ่มส่งสัญญาณว่าการปรับลดดอกเบี้ยอาจยังไม่ใช่ทางเลือกในระยะอันใกล้ และเฟดบางส่วนพร้อมสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดเริ่มประเมินว่าในยุคของ Kevin Warsh อาจมีความเห็นที่แตกต่างกันภายในเฟดมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดทองคำ การประชุมครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางสำคัญในระยะสั้น หาก Dot Plot และถ้อยแถลงของ Warsh ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ หรือสะท้อนความเป็นไปได้ในการคงอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน

รวมถึงเปิดทางสู่การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

แต่หากเฟดส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หรือเปิดช่องให้กลับมาพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทองคำมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และการปรับตัวลดลงของ Bond Yield

ทั้งนี้ เพื่อประเมินแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะมุมมองต่อเงินเฟ้อ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวทางการบริหารงบดุลของเฟด จึงแนะนำให้นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงหลังการประชุมของ Warsh อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดการเงินในฐานะประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางความท้าทายจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และความคาดหวังของตลาดที่เริ่มให้น้ำหนักต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงรีบาวด์ทางเทคนิค โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ $4,220–$4,170 (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 64,800– 64,300 บาท) หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ $4,370 (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามผลการประชุม FOMC อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดมากกว่าที่ตลาดคาด อาจกดดันให้ราคาทองคำเผชิญแรงขายและกลับลงมาทดสอบแนวรับอีกครั้ง

แต่หากเฟดมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น และราคาสามารถผ่านแนวต้าน $4,370 ได้อย่างมั่นคง อาจเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อสู่บริเวณ $4,450 (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,300 บาท)

ดังนั้น นักลงทุนที่มีสถานะซื้อควรจับตาการเคลื่อนไหวบริเวณแนวต้านดังกล่าว หากไม่สามารถผ่านได้ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง และรอประเมินทิศทางตลาดหลังทราบผลประชุมเฟดอย่างชัดเจน

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น