YLG ลุ้นเป้าทองปลายปีนี้-ต้นปีหน้า 5,596 – 5,531 ดอลลาร์ เตือนระยะสั้นมองยัง Sideway แนะจับตาแนวรับ 4,000 – 3,778 ดอลลาร์
- วายแอลจีมองเทรนด์ทองคำระยะสั้นคลื่อนไหว sideway ออกข้าง พร้อมคาดในช่วงปลายปี 2026 จนถึงต้นปี 2027 หากเป็นไปตามเป้าหมายมีโอกาสเห็น 5,596 – 5,531 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ พร้อมลุ้น Bull Case อาจได้เห็นสถิติใหม่อีกครั้ง หาก Fed พลิกกลับมาปรับลดดอกเบี้ย
- ภาพใหญ่ทิศทางยังเป็นขาขึ้น จากปัจจัยปัญหาหนี้สาธารณะทั่วโลกที่สูงลิ่ว และความต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) ของกลุ่มประเทศเกิดใหม่
- แม้ภาพใหญ่สัญญาณดีแต่ระยะสั้น–กลาง ยังมีโอกาสปรับฐานลักษณะ Sideway ที่อาจกินเวลาหลายเดือนนักลงทุนรอจังหวะย่อตัว ที่แนวรับ 4,000-3,778 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ด้วยกลยุทธ์ทยอยสะสม
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าแม้สถานการณ์ทองคำในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจะเคลื่อนไหวในลักษณะปรับฐาน
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้ดีดตัวสลับขึ้นมาได้หลังจากหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ในช่วงเวลาสั้นๆ
เนื่องจากดัชนีวัดความแข็งแกร่งจากแรงซื้อและแรงขายของทองคำ ( RSI )เริ่มเข้าสู่สภาวะขายมากเกินไป ( Oversold )ในกรอบเวลาขนาดใหญ่ ทำให้ทิศทางการปรับตัวลง ( Downside) เริ่มจำกัด และเกิดแรงดีดตัวสลับขึ้นมาเป็นระยะๆ
วายแอลจี คาดการณ์ว่าหากการดีดตัวราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 4,454 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ จะมีแนวโน้มเคลื่อนไหว Sideway ออกข้างเกือบตลอดทั้งปีนี้ เพื่อสร้างฐานเหนือแนวรับ 4,000-3,778 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
โดยเป็นการพักสะสมแรงแบบที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2021-2022 ด้วยเงื่อนไขสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยธนาคารสหรัฐ ฯ (Fed) ทรงตัว แต่หาก Fed ทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทองคำจะมีแนวรับใหญ่อยู่ที่บริเวณ 3,593-3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
ก่อนที่จะมีปัจจัยบวกอื่นๆเข้ามาหนุน และทำให้ราคากลับมาปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า โดยหากราคาทะลุผ่านแนวต้าน 4,773 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับเป้าหมายหลักได้ที่บริเวณ 5,596-5,531 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
และกลับกันหาก Fed พลิกกลับมาปรับลดดอกเบี้ย ราคาทองคำจะดีดตัวไปหาระดับเป้าหมายได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีโอกาสที่จะทำ New All Time High ได้อีกครั้ง
โดยทางด้าน J.P. Morgan ได้ทำการปรับเป้าหมายทองคำในไตรมาส 3/26 จากเดิม 5,900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ สู่ระดับ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
และไตรมาส 4/26 จากเดิม 6,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ สู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกที่ลดลงเล็กน้อย แต่จะยังคงสามารถกลับไปปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
หากมองข้ามไปปี 2027 J.P. Morgan คาดว่าจะราคาทองคำไปต่อที่ 6,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
เนื่องจาก สถานการณ์ในภาพใหญ่ ทองคำยังอยู่ในช่วงตลาดกระทิง (Secular Bull Market) จากปัญหาหนี้สาธารณะทั่วโลกที่ทรงตัวในระดับสูง และความต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่
ขณะที่ Citigroup ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในระยะ 3 เดือน ลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ จากเดิม 4,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ดียังคงเป้าหมายในระยะ 6 ถึง 12 เดือนไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในลักษณะสะสมระยะกลาง-ยาว วายแอลจีแนะนำรอเข้าซื้อที่แนวรับ 4,000-3,778 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ และมีแนวรับใหญ่อยู่ที่บริเวณ 3,593-3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
โดยควรทยอยซื้อสะสม ไม่ควรใช้เงินลงทุนทั้งหมดทุ่มซื้อในครั้งเดียวเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น
โดยเมื่อราคากลับมาปรับตัวขึ้นให้เริ่มพิจารณาแบ่งขายหากไม่ผ่านแนวต้าน 4,454-4,773 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หากผ่านได้จะสามารถปรับตัวขึ้นไปสู่เป้าหมายบริเวณ 5,596-5,531 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

