“คุณา เทวอักษร” CEO “คุณาลัย” พลิกเกมดึงเมกะเทรนด์ “Longevity Living” เขย่าพอร์ต ยกระดับธุรกิจอสังหาฯ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ Quality Growth
CEO “คุณา เทวอักษร” บมจ. วิลล่า คุณาลัย (KUN) เร่งเดินเกมรุกปรับกระบวนทัพ “Strategic Transformation” ประกาศยกระดับอสังหาฯ สู่ Quality Growth เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สลัดลุคดีเวลลอปเปอร์แนวราบ สร้างโมเดล “Longevity Living” ตอบโจทย์เมกะเทรนด์สุขภาพเต็มสูบ ปั้น KUN สร้างคุณภาพชีวิตระยะยาวให้กับผู้อยู่อาศัย พร้อมตอกย้ำ เป้าหมาย KUN ไม่ใช่เพียง “ขายบ้าน” แต่คือการสร้างระบบนิเวศของการอยู่อาศัยที่ทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นระยะยาว
นายคุณา เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประกาศขับเคลื่อนองค์กรเพื่อทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญ ก้าวสู่ช่วง “Strategic Transformation” ยกระดับความเป็นดีเวลลอปเปอร์แนวราบ สู่บริษัทที่สร้างคุณภาพชีวิตระยะยาวให้กับ ผู้อยู่อาศัย
ภายใต้โมเดล “Longevity Living Ecosystem ” ระบบการอยู่อาศัยเพื่ออายุวัฒน์ ตอบโจทย์เมกะเทรนด์สุขภาพ ซึ่งแผนกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการกระดับอสังหาฯ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ Quality Growth อย่างเต็มรูปแบบ
พร้อมตอกย้ำว่า “เป้าหมายของKUN ไม่ใช่เพียง “ขายบ้าน” แต่คือการสร้างระบบนิเวศของการอยู่อาศัยที่ทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว” โดยเป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าว่า
บริษัทฯ จะต่อยอดจุดแข็งด้านการพัฒนาโครงการ บนทำเลศักยภาพ ควบคู่กับการสร้าง New S-Curve ใหม่ ที่มุ่งเน้นธุรกิจด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ และการอยู่อาศัยแบบ Longevity Living
“เทรนด์ Longevity ที่ไม่ใช่เพียงกระแสสุขภาพระยะสั้น แต่เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ที่มีรากฐานจากโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยดังกล่าว
ทำให้บริษัทฯ เห็นโอกาสการเดินหน้าสู่แนวคิดในการต่อยอดธุรกิจ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การออกแบบ “ระบบการอยู่อาศัยเพื่ออายุวัฒน์” หรือ Longevity Living Ecosystem โดยไม่ได้มองเพียงแค่การดูแลผู้สูงอายุ แต่เป็นการออกแบบการใช้ชีวิตที่ช่วยยืดอายุสุขภาพ (Healthspan) ให้ยาวนานขึ้น
ซึ่งปัจจุบันโครงการบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุในย่านพระราม 2 กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่า จะเริ่มพัฒนาได้ในช่วงปลายปีนี้ และตั้งเป้าสร้างรายได้ภายในปี 2572”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “คุณาลัย” ยังได้กล่าวถึงมุมมองตลาดอสังหาฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569ว่า ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
แต่บริษัทฯ ประเมินว่า ความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้น และทำเล ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ซึ่งโครงการของคุณาลัยตอบโจทย์ดีมานด์ดังกล่าว ที่อยู่ในโซนพื้นที่ชานเมืองครบ 4 ทิศรอบกรุงเทพฯ- ปริมณฑล สามารถตอบโจทย์ ที่อยู่อาศัยจริง
ขณะเดียวกันทุกโครงการให้ความสำคัญกับการหน้าพัฒนาแนวคิด Energy Saving Home เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนผ่านการออกแบบบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ทั้งทิศทางลม แสงธรรมชาติ และวัสดุกันความร้อน
สอดรับกับทิศทาง ESG และการลด Carbon Footprint โดยมุ่งลดขยะจากการก่อสร้าง เลือกใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการรุ่นใหม่ๆ อย่างเต็มที่
“บริษัทฯ มองว่าแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้ ทำให้เราจึงมุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
พร้อมทั้งจัดตั้งทีมให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อเพื่อช่วยลูกค้าวางแผนภาระหนี้และประสานงานกับสถาบันการเงินตั้งแต่ต้นทาง เพื่อรับมือกับปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
ควบคู่กับการบริหารกระแสเงินสดล่วงหน้าอย่างรัดกุมเพื่อรับมือกับผลกระทบด้านต้นทุนวัสดุจากสงคราม ซึ่งปีนี้ “คุณาลัย” มีบ้านที่สร้างเสร็จพร้อมขายไว้เรียบร้อยแล้วในปีนี้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านต้นทุนที่เพี่มขึ้น ส่วนแผนรับมือปี 2570 อยู่ระหว่างการประเมินอย่างใกล้ชิด”
อย่างไรก็ตามในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเป้ายอดขาย (Presales) ที่ระดับ 1,200 ล้านบาท และ เป้ารายได้ที่ 600 ล้านบาท โดยมุ่งเน้น โครงการนาวาร่า พระราม2 และ โครงการนาวาร่า รังสิต-คลอง2 เป็นหลัก
เนื่องจากเป็นโซนที่ความต้องการบ้านสูง โดยโครงการนาวาร่า รังสิต–คลอง2 เตรียมเปิดตัวบ้านสั่งสร้าง (Made-to-Order) ราคา 9-25 ล้านบาท เจาะตลาดบ้านหรูสำหรับลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ ฟังก์ชันเฉพาะ และความเป็นส่วนตัว
” ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายทั้งเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ แต่บริษัทฯ เชื่อว่าทุกวิกฤติคือ โอกาส ในการปรับตัวและสร้างรากฐานใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
เราจะเดินหน้าด้วยความ ระมัดระวัง มีวินัย และมองการเติบโตในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และลูกค้าทุกคน” นายคุณา กล่าวทิ้งท้าย
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

