NEWS

SGP โชว์กำไรไตรมาสแรก 1.53 พันล้านบาท โต 12 เท่า

SGP ท็อปฟอร์ม โชว์กำไรไตรมาสแรก 1.53 พันล้านบาท โต 12 เท่า รับแรงหนุนราคาพลังงานและยอดขายต่างประเทศ

บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ หรือ SGP  โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569  แข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 1,530 ล้านบาท เติบโตกว่า 12 เท่า จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับแรงหนุนราคาพลังงานโลกและยอดขายต่างประเทศที่ขยายตัวโดดเด่น

โดยเฉพาะตลาดจีน เวียดนาม และธุรกิจ Offshore Trading พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศ ควบคู่บริหารต้นทุนและความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยื

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 23,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่กำไรส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 1,530.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 12.2 เท่า จากไตรมาส 1/2568 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจ LPG ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 33.6% โดยเฉพาะตลาดจีน เวียดนาม และธุรกิจ Offshore Trading ซึ่งยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของ SGP ในการบริหารเครือข่ายการค้าและกระจายสินค้าพลังงานในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนมากขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจพลังงานในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับธุรกิจในประเทศ SGP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของส่วนแบ่งตลาด LPG ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด ส่งผลให้บริษัทยังคงครองอันดับ 2 ของตลาด LPG ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Automotive และ Industrial ที่ยังมีการเติบโตเหนืออุตสาหกรรม

ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 2,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.12% จาก 4.67% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน การบริหารพอร์ตการขาย และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง

ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 56,694 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 15% จากสิ้นปี 2568 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความพร้อมในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

นายศุภชัย กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการใช้พลังงานในเอเชียที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาค ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ LPG และ LNG ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน

ขณะเดียวกัน ตลาดพลังงานโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางราคาพลังงานโลก แม้อุปทานพลังงานเริ่มทยอยฟื้นตัว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านแหล่งจัดหาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยกระจายแหล่งนำเข้าก๊าซไปยังหลายภูมิภาคนอกตะวันออกกลาง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และแอฟริกา

เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้าน Supply และลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ธุรกิจ LPG และ Energy Trading ของบริษัทยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

“SGP ยังเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมบริหารต้นทุนและบริหารความเสี่ยงด้านราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายศุภชัย กล่าว

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น