NEWS

MC โชว์กำไรงวด 9 เดือน 595 ล้านบาท !!!

MC โชว์กำไรงวด 9 เดือน 595 ล้านบาท!!! 

“แม็คกรุ๊ป” ฝ่าสงครามตะวันออกกลาง!! ฉลุย งวด 9 เดือนรายได้จากการขาย 3,496 ล้านบาทเพิ่มขึ้น  7.7% พร้อมโชว์กำไรกว่า  595  ล้านบาท  ช้อปออนไลน์พุ่งแรง 74%  โกยยอดขายเกือบพันล้าน  เดินหน้าขยายออนไลน์-ศึกษาขยายสู่ต่างประเทศ

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ  MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์  “แม็คยีนส์”  เปิดเผยถึงผลดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยงวดไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569  (1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2569)

ว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เห็นชัดจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงมาอยู่ ในระดับ 45.5 ในเดือนมีนาคม จากเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ 51. 8 เพราะสงครามเกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชนให้ปรับตัวสูงขึ้น

ถึงแม้ว่าปัจจัยในประเทศโดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมืองหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้มีความต่อเนื่อง และหากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางคลี่คลายลงจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท หรือคิดเป็น  3.3  %

เป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากช่องทางออนไลน์โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เป็น 26% ในงวดปีนี้จาก 18% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน หนุนให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2569  บริษัทมีรายได้ จากการขายสินค้ารวม 3,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.7 % เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน

รายได้จากขายออนไลน์โตพุ่ง 9 เดือนเกือบแตะ1พันล้าน

นายแมทธิว กล่าวว่ารายได้รวมของบริษัทที่เติบโตขึ้นมีปัจจัยสนับสนุนหลักที่สำคัญ   คือการเติบโตต่อเนื่องของรายได้ จากช่องทางออนไลน์

โดยในงวดไตรมาส 3  รายได้จากช่องทางออนไลน์ทำได้  ทั้งสิ้น 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน  ขณะที่งวด 9 เดือนรายได้อยู่ที่ 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.3% เทียบงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 531ล้านบาท

สำหรับช่องทางขายอื่น ๆ ของบริษัท เช่น ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) คิดเป็นสัดส่วน  57% รายได้ปรับตัวลดลง

ในไตรมาส 3 รายได้จากการขายสินค้าผ่านร้านค้าปลีกของตนเอง  จำนวน 631 ล้านบาท ลดลง 39 ล้านบาทหรือ  5.9 % แต่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลง  7.2 % ส่วนงวด 9  เดือน มีรายได้ 1,936 ล้านบาท ลดลง  160 ล้านบาทหรือ  7.6 %

ห้างสรรพสินค้า (Department Store) คิดเป็นสัดส่วน  15 %  ในไตรมาส 3 มีรายได้  162 ล้านบาท ลดลง  20 ล้านบาทหรือ  10.9  % จากภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ลดลง  ส่วน งวด 9 เดือน มีรายได้ 551 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาทหรือ  1.7 % และช่องทางอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน  2%

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คกรุ๊ป  กล่าวว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ ในงวด ไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569  จำนวน 176  ล้านบาท  ลดลง  12  ล้านบาท หรือ  6.5 % เทียบงวดเดียวของปีก่อน  ขณะที่งวด  9 เดือนบริษัท มีกำไรสุทธิ  595  ล้านบาท  ลดลง 30 ล้านบาท หรือ  4.9 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งกำไรที่ลดง เป็นผลจากสัดส่วนยอดขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายผันแปรเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมารวมกับค่าใช้จ่ายออฟไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทได้จัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายต่อเนื่องในภาวะ เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

อย่างไรก็ดีบริษัทมีการบริหารอัตรากำไรขั้นต้นให้เหมาะสม  และยังคงนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เพื่อให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ยังคงอยู่ในระดับสูง  โดยในงวดไตรมาส 3 อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ 64.1 % เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่   62.8 % ส่วนงวด 9 เดือน อัตราขั้นต้นที่อยู่ที่  63.4 %

สภาพคล่องยังสูง

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวม 1,903 ล้านบาท ลดลง 81 ล้านบาท จากวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล ให้ผู้ถือหุ้น 737ล้านบาท และมีการใช้เงินสดจ่ายซื้ออาคารที่ดินและอุปกรณ์ 76 ล้านบาท

นายแมทธิว กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้  บริษัทมีแผนเติบโตในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแผนการลงทุนขยายร้านค้าปลีกของตัวเอง ปรับปรุงจุดขายเดิมอย่างต่อเนื่องและปิดจุดขายที่ทำกำไรต่ำ

ส่วนช่องทางออฟไลน์ เน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ โดยใช้ประสบการณ์และ ทรัพยากรที่เพียบพร้อมจากรากฐานอันยาวนานกว่า 50 ปี  ประกอบด้วย จุดขายที่ครอบคลุมทั้ง ออนไลน์ และ ออฟไลน์, มีโรงงานผลิตสินค้าที่มีความชำนาญการ และ มีศูนย์กระจายสินค้าของตัวเอง

และบริษัท มีการศึกษาพัฒนาแผนงาน สำหรับช่องทางอื่นอย่างต่อเนื่องเช่น การขยายช่องทางไปต่างประเทศ และการซื้อขายควบรวมกิจการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีความพร้อมและความคล่องตัวและสามารถทำทันทีเมื่อมีความมั่นใจ

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น