CIVIL โชว์งบ Q1/69 กำไรโต 174% ลุย CIVIL FAST หนุน Backlog 12,100 ลบ.
CIVIL เผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้รวม 1,402 ล้านบาท กำไรสุทธิ 20 ล้านบาท โต 174% ส่งมอบงาน 4 โครงการ คว้างานใหม่ 2,617 ล้านบาท หนุน Backlog 12,100 ล้านบาท
เดินหน้ากลยุทธ์ CIVIL FAST เพิ่มประสิทธิภาพ รับงานหลากหลาย ลดความเสี่ยงต้นทุน พร้อมกระจายแหล่งรายได้ สนับสนุนการเติบโตในอนาคต
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า
บริษัทมีรายได้รวม 1,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 276 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% และมีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 13 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 174%
ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากรับรู้รายได้จากกลุ่มงานทางและงานสนามบินที่สามารถดำเนินงานได้ตามแผน รวมถึงส่งมอบโครงการแล้วเสร็จจำนวน 4 โครงการ โดยเป็นโครงการที่สามารถส่งมอบงานได้เร็วกว่ากำหนด ส่งผลให้บริษัทรับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสดได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท หรือเติบโต 116% จากปีก่อน ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตและกระจายแหล่งที่มาของรายได้ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนงานที่ส่งมอบได้เร็ว ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 8.3% และมี EBITDA จำนวน 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน
สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ การควบคุมต้นทุน แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนก่อสร้างในกลุ่มงานที่จำเป็นให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถบริหารและควบคุมต้นทุนได้ในระดับปกติ รวมถึงสามารถส่งมอบงานได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,984 ล้านบาท และมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 315 ล้านบาท จากการบริหารเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทรับงานใหม่รวมกว่า 2,617 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญา และมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่ลงนามในสัญญาแล้วจำนวน 12,100 ล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางธุรกิจต่อจากนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “CIVIL FAST เลือกงานถูก + คุมต้นทุนได้ + ส่งมอบงานตามแผน” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน
พร้อมเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โดยบริษัทมุ่งเน้นรับงานโครงการที่หลากหลาย (Project Mixed) เพื่อสร้างสมดุลในการรับรู้รายได้และความต่อเนื่องของงาน
อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ช่วยกระจายแหล่งรายได้และลดการพึ่งพารายได้หลักเพียงด้านเดียว รวมถึงการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
“บริษัทเตรียมความพร้อมด้านการดำเนินงานและเข้ารับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โครงการเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคม และโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ทยอยเปิดประมูลเพิ่มเติม
โดยเฉพาะโครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟ ทางด่วน สนามบิน ขณะเดียวกันภาครัฐยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งการชดเชยค่า K-Factor และการปรับเงื่อนไขสัญญาเพื่อสะท้อนต้นทุนจริงของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างในระยะต่อไป” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารต้นทุนและคัดเลือกโครงการอย่างรอบคอบ
โดยติดตามต้นทุนรายโครงการผ่านระบบ Project Monitoring ทั้งในรูปแบบรายวันและรายเดือน รวมถึงบริหารการใช้เครื่องจักรและต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคู่กับ การนำค่า K หรือ Escalation Factor มาใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารผลกระทบด้านต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ต้นทุนที่ผันผวน

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

