ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม โชว์กำไรไตรมาส 1/69 แตะ 2.3 หมื่นล้านบาท “จีน–ยุโรป–เอเชีย” โตโดดเด่น พร้อมเดินหน้ารุกพอร์ตพรีเมียม–
- บริษัทรายงานรายได้รวม 73.69 พันล้านหยวน (3.68 แสนล้านบาท)
- กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทแม่อยู่ที่ 4.65 พันล้านหยวน (2.3 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568
- กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS) อยู่ที่ 0.50 หยวน
- กำไรจากการดำเนินงานในประเทศจีนเติบโตเมื่อเทียบรายปี ขณะที่หากไม่รวมตลาดอเมริกาเหนือ กำไรจากการดำเนินงานรวมของบริษัทขยายตัว มากกว่า10% เมื่อเทียบรายปี
- บริษัทเตรียมนำหุ้น A จำนวน 74.54 ล้านหุ้นไปยกเลิก พร้อมเสนอแผนซื้อหุ้น D คืนเพื่อนำไปยกเลิกเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะ ประกาศรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569
โดยมีรายได้รวม 73.69 พันล้านหยวน (ประมาณ 3.68 แสนล้านบาท) และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทแม่อยู่ที่ 4.65 พันล้านหยวน(ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS) อยู่ที่ 0.50 หยวน
ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานในประเทศจีนยังคงเติบโตเมื่อเทียบรายปี และหากไม่รวมตลาดอเมริกาเหนือ กำไรจากการดำเนินงานรวมของบริษัทขยายตัวมากกว่า 10% เมื่อเทียบรายปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมนำหุ้น A จำนวน 74.54 ล้านหุ้นไปยกเลิก พร้อมเสนอแผนซื้อหุ้น D คืนเพื่อนำไปยกเลิกเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
นายหลี่ หัวกัง ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารของไฮเออร์ สมาร์ทโฮม กล่าวว่า “ไตรมาสนี้สะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยตลาดในประเทศจีนและตลาดต่างประเทศหลักยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ขณะที่ภูมิภาคอเมริกาเหนือเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรง
ทั้งนี้ บริษัทได้เดินหน้าปรับกลยุทธ์ในตลาดอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น การพัฒนาแหล่งจัดหา การเพิ่มสัดส่วนสินค้าระดับพรีเมียม
ตลอดจนการยกระดับประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยปัจจุบันได้ก้าวผ่านช่วงการปรับตัวระยะแรก และเข้าสู่ระยะที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและฟื้นฟูศักยภาพธุรกิจ
บริษัทคาดว่าการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยเสริมความยืดหยุ่นและยกระดับคุณภาพการดำเนินงานในอเมริกาเหนือ พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน โมเดล “ระดับโลก สนับสนุนท้องถิ่น” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพอร์ตโฟลิโอแบรนด์และตลาดหลัก ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทสามารถรับมือกับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยบริษัทยืนยันเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ”
ประเทศจีนเติบโตก้าวกระโดด “กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ–วอเตอร์โซลูชันโตแกร่ง” หนุนธุรกิจเพิ่มกำไรต่อเนื่อง
กำไรจากการดำเนินงานในประเทศจีนของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายปี แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะหดตัวลง 6.2% ตามมูลค่าการค้าปลีก อ้างอิงข้อมูลจาก All View Cloud (AVC)
โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของอัตรากำไร อันเป็นผลจากการเดินหน้าปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย
ซึ่งยังคงสร้างการเติบโตได้ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว พร้อมรักษาความเป็นผู้นำในตลาดระดับไฮเอนด์ ด้วยการครองอันดับ 1 ในกลุ่มราคามากกว่า 11,000 หยวน จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มมากกว่า 15,000 หยวน อ้างอิงข้อมูลจาก GfK
ขณะเดียวกัน ธุรกิจวอเตอร์โซลูชันยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเครื่องทำน้ำอุ่นแก๊สประหยัดพลังงานที่ได้รับการจัดอันดับในระดับสูง มีสัดส่วนในพอร์ตผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ตามข้อมูลจาก GfK
นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ามาใช้ ยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายมิติ ทั้งการบริหารสินค้าคงคลัง การจัดส่ง และการจัดสรรทรัพยากร ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายด้านการขายปรับลดลงเมื่อเทียบรายปี
ไฮเออร์โชว์ศักยภาพตลาดต่างประเทศ ยุโรป–เอเชียใต้–เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โตแกร่ง
แม้ภาพรวมรายได้จากตลาดต่างประเทศของบริษัทปรับตัวลดลง 3.2% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมตลาดอเมริกาเหนือ พบว่าทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
- สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ บริษัท GE Appliances เผชิญแรงกดดันในไตรมาส 1 ปี 2569 จากสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรง รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเร่งปรับกลยุทธ์ ทั้งด้านห่วงโซ่อุปทาน การจัดหา การปรับโครงสร้างสินค้าและราคา ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันภายใต้บริบทการค้าใหม่
- ขณะที่ตลาดยุโรปยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจระบบปรับอากาศ (HVAC) ที่ขยายตัวมากกว่า 20% เมื่อเทียบรายปี พร้อมกันนี้ ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น จากผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจในปี 2568 รวมถึงการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ตู้เย็นระดับพรีเมียมรุ่น Horizon
- ด้านตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเอเชียใต้มีรายได้เติบโต 17% ควบคู่กับการปรับปรุงอัตรากำไร ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต 12% สะท้อนศักยภาพของตลาดและความต้องการที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
เดินหน้าโร้ดแมปด้านนวัตกรรม เชื่อมเครื่องปรับอากาศ–Smart Building–วอเตอร์โซลูชัน บนแพลตฟอร์มเดียว
บริษัทเดินหน้าตามแผนที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ในการบูรณาการธุรกิจเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย อาคารอัจฉริยะ และวอเตอร์โซลูชัน เข้าสู่แพลตฟอร์มเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม
โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เปิดตัวโซลูชันแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ภายในงานแสดงอุตสาหกรรม HVAC ในประเทศจีน ที่เมืองสือเจียจวง
พร้อมกันนี้ บริษัทได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศแบบศูนย์สำหรับที่อยู่อาศัยรุ่นใหม่ ซึ่งรองรับการทำงานในช่วงความถี่กว้างตั้งแต่ 4Hz และพัฒนาบนสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีร่วมของแพลตฟอร์ม สะท้อนแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และโซลูชันเข้าด้วยกัน
ในส่วนของธุรกิจ Smart Building Solutions มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้ติดตั้งระบบ AI เชิงพาณิชย์แล้วมากกว่า 100 โครงการ ครอบคลุมทั้งศูนย์ข้อมูลและระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร
ขณะที่การเข้าซื้อกิจการล่าสุด ได้แก่ CCR (Carrier Commercial Refrigeration) และ Kwikot ยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยทั้งสองธุรกิจสามารถทำรายได้เติบโตในระดับเลขสองหลักในไตรมาสนี้ และต่อเนื่องจากแนวโน้มเชิงบวกนับตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท
ยกระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ผ่านการบริหารทุนและโครงการซื้อหุ้นคืนเชิงกลยุทธ์
บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนและยกเลิกหุ้น โดยหุ้น A จำนวน 74.54 ล้านหุ้นที่ซื้อคืนในช่วงปี 2566–2569 เตรียมนำไปยกเลิกเพื่อหนุนกำไรต่อหุ้นให้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้เริ่มโครงการซื้อหุ้น A คืนรอบใหม่ในเดือนมีนาคม 2569 วงเงิน 3,000–6,000 ล้านหยวน ระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งปัจจุบันใช้เงินไปแล้ว 600 ล้านหยวน
นอกจากนี้ ยังมีแผนเสนอซื้อหุ้น D คืนโดยสมัครใจ เพื่อนำไปยกเลิกสูงสุดประมาณ 81 ล้านหุ้น ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นและเป็นไปตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องต่อไป
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมอื่น ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, YouTube: @HaierThailandOfficial, TikTok: @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

