NEWS

INNOPOWER เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปิดปี 68 กำไรทะยาน 7.5 เท่า

INNOPOWER เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปิดปี 68 กำไรทะยาน 7.5 เท่า พร้อมนำทัพธุรกิจไทยสู่ยุคความยั่งยืน

บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ โชว์ผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกวาดรายได้รวม 274.2 ล้านบาท พร้อมทำกำไรสุทธิ 25.4 ล้านบาท เติบโตถึง 7.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 3.4 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่วางไว้

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของบริษัทฯ สามารถยกระดับสู่การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ได้อย่างเต็มรูปแบบอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ดำเนินงานมา 

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INNOPOWER เปิดเผยว่า “การเติบโตของกำไรที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 7.5 เท่าในปีที่ผ่านมา เกิดจากสองปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

ปัจจัยแรกคือ นวัตกรรมและโซลูชันของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการลดคาร์บอนของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าลูกค้าจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนแบบเต็มรูปแบบ เราก็มีบริการที่พร้อมรองรับในทุกเฟส (Phase)

ส่วนปัจจัยที่สองคือ การบริหารจัดการด้านการเงินอย่างรัดกุมและรอบคอบท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย ผลประกอบการที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมงาน และความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้าและพันธมิตรทุกราย”

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 4 ปี INNOPOWER ได้เดินหน้าพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมจนเกิดเป็นโซลูชันเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 14 ธุรกิจ

โดยสามารถขยายผลและมีโอกาสได้เข้าไปสนับสนุนผู้ถือหุ้น รวม 6 ธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar), บริการติดตั้ง EV Charger แบบครบวงจร, บริการ EV Fleet ไปจนถึงต่อยอดธุรกิจให้บริการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC Trading)

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของบริษัทฯ คือการยกระดับธุรกิจจากผู้ให้บริการ REC Trading รายใหญ่ สู่การเป็น “REC Aggregator” รายแรกของประเทศไทย

โดยแพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่รวบรวมและบริหารจัดการ REC จากผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย เช่น บ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก (SME) สามารถนำพลังงานสะอาดที่ผลิตได้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม และเข้าถึงตลาดซื้อขาย REC ได้ง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อกับความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 โซลูชันของบริษัทฯ มีส่วนช่วยสนับสนุนพันธมิตรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e)

ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาวมากถึง 170 ล้านต้น หรือการลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 8,000 ล้านใบ

ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทที่ชัดเจนของ INNOPOWER ในฐานะ Decarbonization Partner ที่ช่วยขับเคลื่อนพันธมิตรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นยืนหยัดในฐานะ Decarbonization Partner แบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ควบคู่กับการลดคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยไม่เพิ่มภาระด้านต้นทุน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า ทั้งในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ระดับนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มธุรกิจ SME เช่น Green Tourism เป็นต้น

จากวันแรกของการก่อตั้ง INNOPOWER มีความภูมิใจที่ได้เห็นนวัตกรรมต่าง ๆ เติบโตและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ไกลกว่ากรอบที่วางแผนไว้ในช่วงเริ่มต้นของบริษัทฯ

ความสำเร็จในวันนี้จึงเปรียบเสมือนแรงผลักดันให้ INNOPOWER พร้อมก้าวเดินต่อไป เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรอย่างยั่งยืน

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น