NEWS

SO พร้อมจ่ายปันผลรวมทั้งปี 0.38 บาท/หุ้น ลุยแผนปี 69 โต 10%

ผู้ถือหุ้น SO ไฟเขียวทุกวาระ พร้อมจ่ายปันผลรวมทั้งปี 0.38 บาท/หุ้น ลุยแผนปี 69 โต 10% เดินหน้าขยาย Tech-Enabled Outsourcing  

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO จัดประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 ผ่าน E-AGM อนุมัติทุกวาระ พร้อมเคาะจ่ายปันผลรวม 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 9% 

สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 3,000 ล้านบาท โต 10% จากการขยายธุรกิจเอาท์ซอร์สควบคู่พัฒนาเทคโนโลยี เดินหน้าสู่โมเดล Tech-Enabled Outsourcing รองรับความต้องการองค์กรยุคดิจิทัลที่เน้นประสิทธิภาพและการควบคุมต้นทุน 

นายเวทย์ นุชเจริญ ประธานกรรมการ และนางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E- AGM) ถ่ายทอดสดจากสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569

สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่มั่นคงและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืน พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 180.94 ล้านบาท โดยเป็นการจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาทต่อหุ้น จำนวน 95.23 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568

สำหรับการปันผลส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.18 บาทต่อหุ้น จำนวน 85.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 80% ของกำไรสุทธิหลังจากหักเงินทุนสำรองตามกฎหมาย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 9%

ด้านแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% หรือแตะระดับ 3,000 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจบริการเอาท์ซอร์ส (Outsource Service) ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า

ทั้งนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ระบบ Workflow ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ (Automation)

เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรลูกค้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมบริการ Outsourcing และ Business Process Outsourcing (BPO) ในประเทศไทยยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการขององค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้นบริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาโมเดล Tech-Enabled Outsourcing ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของบุคลากร เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน

เพื่อยกระดับการให้บริการจากผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Strategic Operations Partner ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับองค์กรลูกค้า

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น