NEWS

กลุ่มดุสิตธานี ไตรมาสแรก ปี 69 รายได้เพิ่ม 37.3% EBITDA แตะ 860 ลบ.

กลุ่มดุสิตธานี เผยไตรมาสแรก ปี 69 ธุรกิจโรงแรม-โครงการที่พักอาศัย ดันรายได้เพิ่ม 37.3% EBITDA แตะ 860 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 249 ล้านบาท

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรก  (มกราคมถึงมีนาคม) ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็น 37.3%

ดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 860 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 418.8%    ระบุปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจโรงแรม และรายได้จากการส่งมอบห้องชุดของโครงการที่พักอาศัยในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2569 ของกลุ่มดุสิตธานีเติบโต ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น และการส่งมอบห้องชุดในโครงการที่พักอาศัยในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ และการบริหารต้นทุนคงที่อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัว

โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)  ที่สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริงของธุรกิจ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“แม้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาสแรกของปีนี้จะลดลง แต่รายได้จากธุรกิจโรงแรมของกลุ่มดุสิตธานียังเติบโต สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารพอร์ตและการกระจายฐานลูกค้า

โดยโรงแรมที่ลงทุนเองมีรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เพิ่มขึ้นถึง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอัตราการเข้าพักและค่าห้องเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ในขณะที่รายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมโดยรวมยังคงเติบโตขึ้นจากปีก่อน

แม้ว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงปลายไตรมาสแรก จะส่งผลให้รายได้จากการบริหารโรงแรมในภูมิภาคนี้ลดลงก็ตาม โดยหลังจากนี้ บริษัทฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและจะดำเนินการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบ

ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวในภูมิภาคและนักท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น และจะยังคงดำเนินมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าว

สำหรับปี 2569 กลุ่มดุสิตธานียังคงประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้รวม (ไม่รวมการส่งมอบอาคารที่พักอาศัยของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) ไว้ที่ 5-8% และคาดว่าอัตรา EBITDA จะอยู่ในช่วงประมาณ 18-20% ของรายได้รวม

โดยปัจจัยที่เป็นความท้าทายสำคัญ ยังมาจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งหากมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ก็จะส่งผลให้นักเดินทางและนักท่องเที่ยวทั่วโลกฟื้นตัวขึ้น และจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานีในระยะต่อไป

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น