อเบอร์ดีนตอกย้ำไทยกลไกสำคัญหนุนการเติบโตในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งหุ้นไทย พร้อมนำนักลงทุนเข้าถึงโซลูชันการลงทุนระดับโลก
นายซาเวียร์ เมเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Aberdeen Investments บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่จากสหราชอาณาจักร ตอกย้ำว่าประเทศไทยคือกลไกสำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตของอเบอร์ดีนในเอเชียแปซิฟิก
โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของความมั่งคั่ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความต้องการโซลูชันการลงทุนที่มีความหลากหลายมากขึ้น จากประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในประเทศมากว่า 25 ปี ทำให้อเบอร์ดีนเข้าใจบริบทของนักลงทุนไทย และยังคงมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ อเบอร์ดีนยังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการหุ้นไทย ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโซลูชันการลงทุนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยความต้องการของนักลงทุนที่พัฒนาขึ้นตามระดับความมั่งคั่งและความซับซ้อนของตลาด
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงกลยุทธ์การเติบโตของอเบอร์ดีน เรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านบุคลากรในประเทศ เครื่องมือ และเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการขยายโอกาสการเข้าถึงการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุนจากทั่วโลกให้แก่นักลงทุน
ซึ่งสะท้อนจุดยืนของอเบอร์ดีนในการมุ่งเน้นการต่อยอดจุดแข็งขององค์กร โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับสถาบันมาถ่ายทอดสู่นักลงทุนรายย่อยในประเทศไทย” นายซาเวียร์กล่าว
อีกทั้งงานวิจัยของอเบอร์ดีนพบว่า ความต้องการโซลูชันเพื่อการเกษียณในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วสู่สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society)
ขณะเดียวกัน ความมั่งคั่งของกลุ่มคนชนชั้นกลางที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น การถ่ายโอนความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น และการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่แพร่หลายมากขึ้น
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเร่งความต้องการโซลูชันการลงทุนระดับโลกที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นายซาเวียร์กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ตลาดเกิดใหม่และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพอร์ต การลงทุนระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังจำเป็นต้องอาศัยการคัดเลือกหุ้นรายตัวอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนของตลาดอยู่ในระดับสูง ซึ่งประเทศไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของความเชี่ยวชาญในตลาดเกิดใหม่ของอเบอร์ดีน และเราเชื่อมั่นว่าแนวทางการลงทุนอย่างมีวินัยนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน”
รุกตลาดไทยผ่านพันธมิตรธุรกิจ ยึดแนวทางลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

นายโรเบิร์ต เพนนาโลซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อเบอร์ดีนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอเบอร์ดีนในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและการส่งมอบผลลัพธ์การลงทุนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนไทย
โดยยึดแนวทางการดำเนินงานที่ให้ลูกค้ามาเป็นอันดับแรก (ClientFirst Approach) โดยเราให้ความสำคัญกับความต้องการของนักลงทุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการให้บริการ”
“เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรธุรกิจและผู้สนับสนุนการขายในประเทศมากกว่า 50 ราย เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกถึงความต้องการและลำดับความสำคัญของลูกค้า ควบคู่ไปกับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการลงทุนและการให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อย
เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนไทย ด้วยกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและการทำงานอย่างใกล้ชิด เรามุ่งส่งมอบผลลัพธ์การลงทุนที่มีความสม่ำเสมอและมีความหมายให้กับลูกค้า
โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการให้ความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุน การเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย สนับสนุนการวางแผนเกษียณ และการดูแลความมั่งคั่งในระยะยาว”
นายโรเบิร์ตยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ความต้องการในกลยุทธ์การลงทุน Global Income ของอเบอร์ดีนยังคงแข็งแกร่ง สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย
โดยเฉพาะกองทุน abrdn Global Dynamic Dividend Fund (ABGDD) และ abrdn Global Enhanced Fixed Income Fund (ABGFIX) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสรับรายได้พร้อมรับมือกับความผันผวนในแต่ละวัฏจักรตลาด
นอกจากนี้ อเบอร์ดีนยังมีความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนานในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (Global Emerging Markets) ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนที่มีความหลากหลายและแตกต่างมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งอเบอร์ดีนยังมีแผนนำเอาโซลูชันการลงทุนระดับโลกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นมานำเสนอนักลงทุนไทยเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและเป้าหมายการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนไทยในอนาคต”
โดย กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดิวิเด็น ฟันด์ (ABGDD) กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 ลงทุนผ่านกองทุนหลักชื่อว่า abrdn SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund Z Gross MInc USD ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นปันผลเด่นทั่วโลก
กองทุนหลักมีการกระจายความเสี่ยง โดยลงทุนหุ้นคุณค่า (60%) และหุ้นเติบโต (40%) และกระจายการลงทุนในหลายประเทศ และหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทนทานต่อทุกสภาวะตลาด ตอบโจทย์นักลงทุน แม้ในภาวะตลาดมีความผันผวน
โดยกองทุน ABGDD มีให้เลือกลงทุน 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดสะสมมูลค่า (ABGDD-A) ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ (ABGDD-R) และ ชนิดเพื่อการออม (ABGDD-RMF)
และ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล เอนแฮนซ์ ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์ (ABGFIXA) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Short Dated Enhanced Income Fund, Class Z Acc USD กองทุนหลักมุ่งลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพระดับลงทุน (Investment Grade)
โดยตั้งเป้าหมายให้พอร์ตลงทุนมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ในระดับสากล (International Credit Rating) เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า A-
พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในตลาดเงิน ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้ อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุน (portfolio duration) ระหว่าง 1 -2 ปี สูงสุดไม่เกิน 2.5 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และเข้าถึงโอกาสสร้างผลตอบแทนบนความผันผวนที่ต่ำ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) จำกัด โทร. +66 -2352-3388
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

