กรุงเทพประกันชีวิต กระตุกความคิดคน Silver Gen ชวนวางแผนสร้างสมดุลให้ชีวิต ในวัย 50+
จบลงไปแล้วสำหรับงาน SILGEN 2026 งานแรกและงานเดียวที่แบ่งปันความรู้ครอบคลุมการเงิน สุขภาพ บ้านและไลฟ์สไตล์ สำหรับวัย 50+ ซึ่งกรุงเทพประกันชีวิต ได้ให้การสนับสนุนการจัดงาน พร้อมเตรียมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ความรู้ในวงสนทนาด้านสุขภาพ การเงิน การลงทุน
โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกคนหันมา “ใส่ใจ” การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังวางแผนชีวิตตนเอง คนวัยหนุ่มสาวที่ต้องดูแลพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตไปอีก 20–30 ปีอย่างอิสระ มีคุณค่า และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โดยงานจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้คนวัยซิลเวอร์ (Silver Generation) กำลังเป็นที่จับตามอง
เนื่องจากองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานว่าในปี 2024 ทั่วโลกมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 1.1 พันล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.1 พันล้านคนภายในปี 2050 ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคสังคมสูงวัย” อย่างเต็มรูปแบบ โดยในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนสูงถึง 30% ของประเทศ
ในมุมมองของกรุงเทพประกันชีวิต สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การมีอายุที่ยืนยาว แต่คือการที่คนเราติดอยู่ใน “Longevity Trap” หรือกับดักของความอายุยืน คือ มีชีวิตที่ยาวขึ้น (Lifespan) แต่ช่วงเวลาที่สุขภาพดี (Healthspan) กลับสั้นลง และเงินที่เตรียมไว้ (Wealthspan) ก็อาจจะไม่พอใช้กับปีที่เพิ่มขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม กรุงเทพประกันชีวิต เชื่อว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” ไม่ใช่แค่เรื่องมีเงินจำนวนมาก แต่คือ การสร้างสมดุล 4 ด้านที่แยกกันไม่ได้ คือ
1.กายต้องฟิตล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ป่วยแล้วค่อยดูแล
2.ใจต้องมีไฟ มีเป้าหมาย
3.การเงินต้องวางแผน ให้ทันทั้งอายุขัยและค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้น และ
4.ความสัมพันธ์ คือ การมี Community ที่ดี ได้ใช้เวลาที่มีคุณค่ากับคนที่รัก
“ในงาน SILGEN 2026 กรุงเทพประกันชีวิตได้ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความใส่ใจ ผ่านการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันของคุณภาพชีวิตที่ดี
โดยนำเสนอแนวทางการวางแผนชีวิตที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย ผ่านกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และบริการให้คำปรึกษาโดยนักวางแผนการเงิน CFP® ตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งขอขอบคุณคณะผู้จัดงานที่ได้ให้เรามีส่วนร่วมกับการจัดงานครั้งนี้” อรนาฎกล่าว

ส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่น่าสนใจ คือวงเสวนาในหัวข้อ “Long Life Care ดูแลสมองและร่างกายให้ฟิตไปยาวๆ” โดย “พญ.สวนา ศรีรัตนวงศ์” อายุรแพทย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้ว่า ในอดีตเป้าหมายการมีอายุที่ยืนยาวอาจเป็นเรื่องไกลเกินฝัน
แต่ปัจจุบัน เราสามารถจับต้องได้ แต่เป้าหมายสำคัญคือ เราต้องมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งต้องอาศัยหลายปัจจัย เพราะเมื่อมีอายุยืนยาวก็จะมีความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บจากพฤติกรรมที่เราทำไว้ในอดีตมากขึ้น เช่น โรคความดัน ไขมัน เบาหวาน และสิ่งที่เรากลัวในปัจจุบันคือ โรคสมอง ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะทำให้คุณภาพชีวิตเราแย่ลง
“สำหรับผู้เป็นโรคสมองเสื่อม จะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาจากการหลงลืม แต่ยังมีปัญหาการสื่อสารที่นึกคำพูดไม่ออก พูดจาไม่เป็นประโยค การหลงทิศทางจากเส้นทางที่ไปเป็นประจำทุกวัน และพฤติกรรมที่ก้าวร้าวพูดจาหยาบคายจากปกติที่เป็นคนสุภาพ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและรักษาอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับผู้ยังไม่เป็นโรคสมอง เคล็ดลับการดูแลสมองให้ฟิตตลอดไป คือ ขอให้พยายามใช้สมองทุกๆ วันซึ่งเปรียบเสมือนให้สมองได้ออกกำลังและป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมถอย รวมทั้งการกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ สารอาหารบางตัวสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายและสมอง
สิ่งสำคัญอีกประการคือ การออกกำลังกาย ช่วยให้เลือดสูบฉีดทั่วร่างกาย และช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รวมทั้งการนอนหลับให้เพียงพอ ซึ่งการนอนไม่หลับเป็นปัญหาหลักของผู้สูงอายุ และการกินยานอนหลับอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกทาง โดยเราต้องทราบสาเหตุของการนอนไม่หลับก่อน
นอกจากนี้ การพบปะพูดคุยเพื่อนบ้านก็ถือเป็นการใช้สมองแล้ว หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การหากิจกรรมที่เราไม่เคยทำก็ถือเป็นการบริหารสมอง โดยสรุป การดูแลรักษาสมอง จึงไม่ใช่เรื่องของการใช้ยาเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการปรับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต เพื่อให้สมองของเราแข็งแรงและอยู่คู่กับร่างกายเราให้ยืนยาวที่สุด
“เราจะทำอย่างไรให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และอยู่กับโรคต่างๆ ไปได้ ต้องคำนึงถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับวัย “Silver Gen” ถ้าลำพังการตรวจสุขภาพประจำปี แค่การตรวจเลือดธรรมดาหรือวัดความดันอาจยังไม่เพียงพอ เพราะพอมีอายุมากขึ้นก็จะมีความซับซ้อนในการดูแลมากขึ้น
โดยจะต้องมีการประเมินผู้สูงอายุแบบองค์รวมใน 4 มิติ หรือ CGA (Comprehensive Geriatric Assessment) คือ การประเมินจากโรคประจำตัว การประเมินสภาพจิตใจ ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน และสุดท้ายคือสภาพแวดล้อมและการดูแลที่บ้าน เพื่อนำมาออกแบบการดูแลและการรักษาที่เหมาะสม” พญ.สวนา กล่าวพร้อมแนะนำว่า
สิ่งสำคัญในการป้องกันเพื่อให้สุขภาพร่างกายอยู่กับเราไปนานๆ คือต้องใช้วินัย มีความต่อเนื่อง เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราเสื่อมถอย สิ่งที่จะตามมา คือ งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาตนเองที่จะเพิ่มขึ้น
จึงแนะนำว่า เราควรเตรียมสุขภาพให้ดีเพื่อไม่ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการดูแลตนเองหรือต้องพึ่งพิงคนอื่นมากเกินไป โดยควรประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพแต่เนิ่นๆ เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นอะไร เพื่อการดูแลป้องกัน
การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า นอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว การวางแผนการเงินจึงมีความสำคัญ กรุงเทพประกันชีวิต พร้อมที่จะร่วมวางแผนให้คน Silver Gen ได้มั่นใจในวันที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน ด้วยแผน Long Life Care เพื่อรองรับกับคุณภาพชีวิตที่ทุกคนอยากได้ในวันที่เราพึ่งพาตัวเองได้น้อยลง
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

