ไม่ต้องบินไปโซล! เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผนึก Emart ยักษ์ค้าปลีกเกาหลีใต้ เขย่าตลาดรีเทลไทยดึงร้าน “No Brand” ไลฟ์สไตล์สโตร์บุกไทยครั้งแรก! เตรียมเปิดสาขาแรกเซ็นทรัล บางนา 31 มี.ค. นี้
เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ออนไลน์, ท็อปส์ แคร์ และมัทซึคิโยะ เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจฟู้ดค้าปลีก ผนึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้
เตรียมนำร้าน “No Brand” ชื่อดังของ Emart บุกตลาดไทยเป็นครั้งแรกเพื่อเสริมความหลากหลายของพอร์ตธุรกิจ และนำเสนอโมเดลค้าปลีก Value Retail ระดับสากลสู่ผู้บริโภคไทย ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Smart Value เน้นคุณภาพและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเป็นหลัก
ควบคู่กับกระแส K-Trend ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีกำหนดเปิดตัวสาขาแรก ณ เซ็นทรัล บางนา อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2569
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart ในการเปิดตัว ‘No Brand’ อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งและความหลากหลายให้กับพอร์ตธุรกิจของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล
โดยผสานจุดแข็งของทั้งสองผู้นำค้าปลีกเข้าด้วยกัน ทั้งความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในด้านเครือข่ายค้าปลีกและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความคุ้มค่า (Smart Value)
ซึ่งสะท้อนได้จากความสำเร็จของสินค้า Own Brand ของท็อปส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความนิยมในสินค้า No Brand ที่วางจำหน่ายในท็อปส์ ซึ่งมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2566 ในขณะที่ Emart มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโมเดลค้าปลีกที่เน้นถึงความคุ้มค่าในระดับสากล
โดยเฉพาะ ‘No Brand’ เป็น Own Brand ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศเกาหลี และหลายตลาดต่างประเทศ การร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นความร่วมมือแบบ Co-Creation ของสองยักษ์ใหญ่ในวงการฟู้ดรีเทลของทั้งสองประเทศ
เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์กระแส K-Trend ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมลูกค้าแบบ Smart Value โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงเกาหลี
นับเป็นอีกก้าวของการยกระดับพอร์ตโฟลิโอของเรา เพื่อมุ่งสู่การเป็น World-Class Grocery Destination ผ่านโมเดล Value-Driven Retail ที่ส่งมอบทั้งคุณภาพ ดีไซน์ และความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
พร้อมสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดผู้บริโภคสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและดึงดูดแบรนด์ระดับโลกเข้ามาขยายธุรกิจ
“No Brand” เป็นสินค้า Own Brand ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ที่โดดเด่นด้วย แนวคิด “คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” (Smart Value) โดยนำเสนอสินค้าจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน (Daily Essentials) อย่างครบครัน
ตั้งแต่อาหารแห้ง สินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้ดีไซน์เรียบง่าย เน้นคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
จุดเด่นของแบรนด์คือการคัดสรรสินค้าอย่างพิถีพิถัน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ การใช้งานจริง และราคาที่คุ้มค่า ซึ่งโมเดลค้าปลีกดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเกาหลีใต้ และได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ค้าปลีกที่สะท้อนแนวคิด Smart Value Lifestyle ได้อย่างชัดเจน
โดยปัจจุบันร้าน ‘No Brand’ มีสาขามากกว่า 270 แห่งในประเทศเกาหลีใต้ พร้อมทั้งขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และลาว นอกจากนี้สินค้า No Brand ยังมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสะท้อนศักยภาพของแบรนด์ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในหลายตลาดทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
“การนำ No Brand เข้ามาในประเทศไทยจะเป็นอีกหนึ่ง Game Changer ของตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569 โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่ยุคของ ‘Value for Money’ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ดีไซน์ และความคุ้มค่าโดยรวมมากขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่กำลังพัฒนาไปสู่โมเดล Value-Driven Retail อย่างชัดเจน” นายธนวัตร กล่าวสรุป
ทั้งนี้ ร้าน ‘No Brand’ สแตนด์อะโลน สาขาแรกในประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา ในวันที่ 31 มีนาคม 2569
โดยจะนำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าอุปโภคบริโภคสไตล์เกาหลีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมากกว่า 2,200 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่อาหารยอดนิยม ขนมและสแน็ก เครื่องปรุง ไปจนถึง สินค้าใช้ในชีวิตประจำวัน
ภายใต้แนวคิด Smart Quality ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมถ่ายทอดบรรยากาศ K-Lifestyle ที่สะท้อนกลิ่นอายของ “Seoul Experience” เพื่อสร้างจุดหมายใหม่สำหรับการช้อปปิ้งสินค้าเกาหลีของผู้บริโภคไทย และก้าวสู่การเป็น Must-Visit Destination สำหรับผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมเกาหลี โดยไม่ต้องบินไกลถึงกรุงโซล

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

