NEWS

SMPC ปิดงบปี 68 ทำกำไรกว่า 600 ลบ.

SMPC ปิดงบปี 68 ทำกำไรกว่า 600 ลบ. ชูการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดชงจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD 7 เม.ย.นี้ ปี 69 ตั้งธงยอดขายโต 25% – ออร์เดอร์ลูกค้าสหรัฐฯเติบโตแข็งแกร่ง

SMPC ประกาศปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 600.24 ลบ. มีรายได้จากการขาย 3,870.20 ลบ. ลดลง 15% ตามปริมาณขายที่ลดลง 5% ถึงแม้ยอดขายจะลดลงจากปีก่อน 15% แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและต้นทุนการเงินลดลง อัตราการทำกำไรดีขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้กำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้น

โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ด้านบอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD วันที่ 7 เม.ย.2569 จ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย.2569 นี้

พร้อมประกาศแผนปี 2569 เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี ตั้งธงยอดขายโต 25% ขณะที่คำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง เดินหน้าชูกลยุทธ์เน้นเพิ่มการขายผลิตภัณฑ์ High Value เพิ่มมาร์จิ้น ลุยขยายตลาดในภูมิภาคที่หลากหลายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางปัทมา เล้าวงษ์ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ประกอบธุรกิจผลิตถังทนความดันแบบต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นถังสำหรับบรรจุแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และสำหรับใช้เป็นแหล่งพลังงานรถยนต์ โดยจำหน่ายภายในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SMPC” รวมทั้งรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ เปิดเผยว่า

ผลประกอบการของบริษัทฯในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 600.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5% จากปีก่อนที่มีกำไร 597.55 ล้านบาท ถึงแม้ยอดขายจะลดลงจากปีก่อน 15% แต่การบริหารจัดการที่ทำให้ค่าใช้จ่ายและต้นทุนการเงินลดลง ประกอบกับอัตราการทำกำไรดีขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้สุทธิแล้วกำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้น

โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 3,870.20 ล้านบาท ลดลง 706.73 ล้านบาท หรือลดลง 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,576.93 ล้านบาท ตามปริมาณขายที่ลดลง 5% ในขณะเดียวกันราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นเหล็กลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 16% ทำให้ต้องปรับราคาขายลดลง นอกจากนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6% ทำให้ราคาขายลดลง

ในปี 2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 903.54 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน ที่มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่  1,030.99 ล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.5% เป็น 23.3% ผลจากสัดส่วนการขายถังใหญ่ และถังทนแรงดันต่ำประเภทอื่นๆ ซึ่งมีราคาสูงและอัตราการทำกำไรดีเพิ่มขึ้น และการขายให้กับภูมิภาคที่สามารถทำราคาได้ดีเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับราคาเหล็กลดลง 16% ทำให้มีการปรับราคาขายลดลงในลูกค้าบางราย โดยสุทธิกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6%

“ถึงแม้ในปี 2568 ปริมาณขายของบริษัทลดลงจากปีก่อน 5% แต่สัดส่วนการขายถังใหญ่ และถังทนแรงดันต่ำอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติถังประเภทนี้จะมีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าถังบรรจุก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป

สอดคล้องกับกลยุทธ์การขายของบริษัทที่เน้นผลักดันการขายถังที่เพิ่มมูลค่าให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งสัดส่วนการขายให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคที่สามารถทำราคาได้ดีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาตลาดเหล็กที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน 16% ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายให้สอดคล้องกับราคาตลาดของเหล็ก ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องซึ่งส่งผลต่อรายได้จากการส่งออก ทำให้สุทธิแล้วรายได้ของบริษัทลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน” นางปัทมา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ความต้องการจากลูกค้าในสหรัฐฯยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการทดแทนสินค้าที่เสื่อมสภาพและการขยายตลาดของคู่ค้าในประเทศดังกล่าว ประกอบกับการรักษาคุณภาพของสินค้าที่คงที่ เชื่อถือได้

อีกทั้งยังมีกำลังการผลิตที่มากเพียงพอกับความต้องการ และบริหารการจัดส่งที่ตรงเวลา ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา โดยคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12%

อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การกระจายตลาด และการเพิ่มมูลค่าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 เป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.70 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วสำหรับงวด 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568

คงเหลือเงินปันผลสำหรับงวด 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท หรือคิดเป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 161 ล้านบาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 7 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 8 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่  30 เมษายน 2569

ส่วนแนวโน้มธุรกิจในปี 2569 เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี บริษัทตั้งเป้ายอดขายโต 25% โดยวางแผนขายกลุ่มลูกค้าเดิมและเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ จะเห็นออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมากในไตรมาสแรกปีนี้ หลังมีการดีเลย์การส่งออกในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา

ขณะที่คำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ  สำหรับการพัฒนาด้านความยั่งยืนของบริษัทในปี 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทได้ทบทวนและเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ของบริษัทเป็น “เป็นผู้นำในธุรกิจถังแก๊ส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์”

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และจะนำไปจัดทำแผนกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในปี 2569 ต่อไป

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น