FUND

BBLAM ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก จัดงาน BBLAM Global Investment Forum 2026

BBLAM ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรระดับโลก จัดงาน BBLAM Global Investment Forum 2026 พร้อมชูกลยุทธ์ Triple R จัดพอร์ตรับสถานการณ์อิหร่าน

BBLAM   ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรระดับโลก (Multi-Manager Partnerships) ให้ข้อมูลการลงทุนในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลง เพื่อหาโอกาสในการลงทุนระยะยาวสร้างผลตอบแทนจากการบริหารพอร์ตลงทุนตอบโจทย์ทุกเป้าหมาย

พร้อมแนะนำจัดพอร์ตลงทุนทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ “Triple R” รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการเข้าถือหุ้นทั้งหมด ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล (BCAP) ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568

ปัจจุบันได้แต่งตั้งผู้บริหาร โดยตนเองเข้ารับตำแหน่ง CEO และ ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) เพื่อทำงานร่วมกับทีมบริหารเดิม และเตรียมแผนรองรับการผสานธุรกิจจัดการกองทุนของทั้งสององค์กรในอนาคต

สำหรับมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร  (AUM)  ณ สิ้นปี 2568   ของ  BBLAM  (เมื่อรวมกับ บลจ.บีแคป หรือ BCAP) มีมูลค่ารวม 980,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% จากปีก่อน แบ่งเป็นกองทุนรวม 811,708 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 131,089 ล้านบาท  และกองทุนส่วนบุคคล 37,669 ล้านบาท

ซึ่งในปีที่ผ่านมา BBLAM  ได้ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดำเนินการให้ได้ในระดับสากล มีการพัฒนาปรับปรุงขั้นตอนการวิเคราะห์การลงทุน  การดำเนินงานต่างๆ  การติดตามผลและการตรวจสอบในส่วนงานต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นายบรรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติม สำหรับแผนงานในปี 2569 ยังคงเดินหน้าวางแผนการโอนธุรกิจจาก BCAP คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ และขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง  และในปีนี้ มุ่งยกระดับการให้บริการทั้งลูกค้าและพันธมิตร โดยเน้นการทำงานใกล้ชิดกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ข้อมูลการลงทุนแก่ผู้แนะนำการลงทุนและเครือข่ายสาขา และขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย

พร้อมพัฒนาการบริหารจัดการกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การต่อยอดโครงการ Multi-Manager Partnerships  ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้างบริการกิจกรรมการให้ข้อมูลแก่นักลงทุน  รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบัน  BBLAM  มีกองทุนที่บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกมากถึง 16 ราย  ที่นำเสนอกองทุนรวมที่คัดสรรมาอย่างดีให้กับผู้ลงทุน

โครงการ Multi-Manager Partnerships ช่วยดึงความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอบริการให้กับผู้ลงทุน ซึ่งช่วยให้ BBLAM สามารถมีและพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในต่างประเทศ

ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายกระจายความเสี่ยงได้เหมาะสม โดยได้รับข้อมูลด้านการลงทุนและการบริการที่ดียิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรม เพื่อให้ความรู้และให้ข้อมูลที่อัพเดทกับผู้แนะนำการลงทุนของธนาคาร ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวมถึงผู้ถือหน่วยลงทุนของเรา

การมีความร่วมมือกับพันธมิตรได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ลงทุน โดยสะท้อนจากการได้รับ 7 รางวัล Fund Performance Excellence Awards จากงาน Finnomena Hall of Funds 2026 โดย 2 รางวัลมาจากกองทุนที่ BBLAM บริหารเอง และอีก 5 รางวัลมาจากกองทุนที่ลงทุนในกองทุนหลักของ 3 พันธมิตรระดับโลก

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดกิจกรรมงานสัมมนาใหญ่ประจำปี BBLAM Global Investment Forum 2026 เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกถึง 11 ราย

ได้แก่ Pictet Asset Management, Lazard, Kotak International, ChinaAMC, Fidelity International, Allianz Global Investors, Nippon Life India, Franklin Templeton, E Fund, BNP Paribas Asset Management

และ Wellington Management มาร่วมกันนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจและไอเดียการลงทุนสำคัญสำหรับปี 2026 กับลูกค้าของ BBLAM โดยตรง

“นอกจากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกแล้ว ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา  BBLAM ได้ร่วมมือกับผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อหน่วยลงทุนที่สำคัญ

เช่น ได้ร่วมมือกับ BLS  ทำรายการ Fund BnB ทางช่อง Social Media เพื่อให้ข้อมูลด้านการลงทุนและข้อมูลของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัท อีกทั้งมีแผนพัฒนาการออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในรูปแบบอื่นๆ อีกในอนาคต” นายบรรณรงค์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากสงครามการค้า ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน กล่าวว่า

BBLAM ได้พัฒนากระบวนการส่งผ่านข้อมูลจากฝ่ายลงทุนและฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไปยังฝ่ายงานอื่นๆ เพื่อให้สื่อสารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งต่อไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนและนักลงทุนทั่วไปได้ทันสถานการณ์ รวมทั้งได้เริ่มความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อทำงานใกล้ชิดมากขึ้น โดยส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

“สำหรับมุมมองด้านการลงทุน จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยสำคัญกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้ GDP อาจถูกปรับลดลง ขณะที่ ดัชนี SET มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,420-1,475 จุด ณ สิ้นปี  โดยมองหุ้นกลุ่ม

พลังงานยังได้รับประโยชน์หลัก จากราคาพลังงานขาขึ้น และยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และปิโตรเคมี” ดร.ธนาวุฒิ เผย

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน BBLAM แนะนำจัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ Triple R ได้แก่

Reduce: ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสู่ระดับปกติ (Neutral)โดยขายทำกำไรบางส่วนและลดหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะตลาดที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และกลุ่มเทคโนโลยีจีน หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่

Rotate: หมุนลงทุนเข้าสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน เพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนตราสารหนี้ เน้นพันธบัตรระยะสั้นและตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว

Remain Diversified: คงการกระจายความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนทองคำ น้ำมันและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

BBLAM เชื่อว่า กลยุทธ์ Triple R จะช่วยรับมือความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น