FUND

KT-HiDiv RMF คว้าแชมป์กองทุนยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

KT-HiDiv RMF คว้าแชมป์กองทุนยอดเยี่ยม ปีซ้อน จากเวที Morningstar Awards for Investing Excellence 2026 

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) ประสบความสำเร็จต่อเนื่องจากผลงานการบริหารกองทุนหุ้นไทยอย่างโดดเด่น โดยเข้ารับรางวัลกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพยอดเยี่ยม ปี 2026

ประเภทตราสารทุน (Retirement Mutual Fund – Equity) จากกองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นไฮดิวิเดนด์เพื่อการเลี้ยงชีพ  (KT-HiDiv RMF) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ตั้งแต่ปี 2024-2026) จากงาน Morningstar Awards for Investing Excellence 2026

จัดโดย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)ซึ่งจัดร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)

โดยมีนางสาววรรณจันทร์ อึ้งถาวร (ที่ จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน และนางแสงจันทร์ ลี (ที่ จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน งานลงทุนในตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลจากนายอัสสเดช คงสิริ (ซ้าย) กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนางชวินดา หาญรัตนกูล (ขวา) นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

โดยภายในงานมีทีมผู้จัดการกองทุนที่เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมานี้

วรรณจันทร์ อึ้งถาวร

สำหรับ KT-HiDiv RMF (ความเสี่ยงระดับ 6) มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Fund) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานที่ดีและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีสม่ำเสมอ

ทั้งยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ลงลึกรายบริษัท (Bottom-up approach) โดยผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพของผลตอบแทนที่ดี ด้วยการคัดเลือกหุ้นที่มีมูลค่าที่ดีที่มีราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและเหมาะสมกับศักยภาพในการเติบโต

โดยหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อหุ้นที่ราคาได้สะท้อนความคาดหวังที่สูงมาก ขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนจะทำการติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างใกล้ชิด

และพร้อมปรับเปลี่ยนหลักทรัพย์เมื่อสถานการณ์และข้อมูลของหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้กองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในสภาวะตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูงนี้ การคัดเลือกหุ้นนับว่าป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งผู้จัดการกองทุนต้องใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ติดตามและใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพและปริมาณจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายเพื่อทำการประเมินมูลค่าหุ้น

และค้นหาหุ้นที่ราคาตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กองทุน และการวิเคราะห์เชิงลึกยังช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสพลาดเป้าประมาณการผลการดำเนินการ

ทั้งนี้การประเมินสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและทบทวนพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่องของผู้จัดการกองทุนจะทำให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันต่อสถานการณ์

โดยความเสี่ยงสำคัญของปีนี้คือ กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยโตต่ำกว่าคาด จากเศรษฐกิจชะลอตัว และความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ

“แม้ว่าตลาดหุ้นไทยในปี 2569 จะยังเผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และแรงกดดันจากนโยบายการค้าของสหรัฐ แต่ปัจจัยหนุนหลายด้านยังช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาด

ได้แก่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงสู่ระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งเอื้อต่อสภาพคล่องในระบบ และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลงหลังการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ระดับราคาหุ้นไทยจำนวนมากยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน ขณะเดียวกันบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งยังคงให้ผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูง ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่มีศักยภาพสำหรับนักลงทุนในปีนี้” นางชวินดา กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น