NEWS

SCAP ปลื้ม ปี2568 ฟันกำไร 892 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.07 บาทต่อหุ้น

SCAP ปลื้ม ปี2568 ฟันกำไร 892 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.07 บาทต่อหุ้น เดินหน้าสร้างผลกำไรต่อเนื่อง

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เปิดเผยผลประกอบการปี 256 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 892.13 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.27 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนความสำเร็จของการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,551.34 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวม 25,750.13 ล้านบาท

โดยบริษัทฯมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่อให้ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการคัดกรองลูกค้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น และการปรับลดอัตราส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันต่อลูกค้าลง

อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่าย รวมถึงการบริหารจัดการหนี้และการเร่งรัดติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น มาตราการเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท และผลกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากผลการดำเนินงานที่สะท้อนความแข็งแกร่งด้านกำไรแล้ว ในปี 2568 บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings (Thailand) ตอกย้ำฐานะทางการเงินที่มั่นคงและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม รวมถึงความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน

สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางธุรกิจ ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งนี้กอร์ปกับแนวโน้มของดอกเบี้ยนโยบายที่ลดต่ำลง จะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยของบริษัทฯต่ำลงได้อีก และเป็นปัจจัยส่งเสริมให้บริษัทฯสามารถเติบโตพอร์ตสินเชื่อเพื่อสร้างผลกำไรที่ดีให้กับบริษัทต่อไป คุณดวงใจกล่าว

สำหรับปี 2569 บริษัทพร้อมขยายพอร์ตสินเชื่อ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ บอร์ดบริษัท ได้เสนอให้จ่ายเงินปันผลประจำปีในรูปเงินสด เป็นเงินปันผลที่จ่ายทั้งสิ้นจำนวน 473.84 ล้านบาท หรือ อัตราหุ้นละ 0.07 บาท คิดเป็น Payout Ratio ที่ร้อยละ 145.84 โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569

“SCAP ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เราเชื่อว่าการเติบโตเชิงคุณภาพควบคู่การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ คือรากฐานสำคัญของผลการดำเนินงานที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”ดวงใจ แก้วบุตตา กล่าวปิดท้าย

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น