NEWS

GCAP GOLD ชี้ทองคำจ่อเดือด! “ทรัมป์” สวนศาลสูงขึ้นภาษี 15% ทั่วโลก

“GCAP GOLD” ชี้ทองคำจ่อเดือด! “ทรัมป์” สวนศาลสูงขึ้นภาษี 15% ทั่วโลก

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD มองราคาทองคำในตลาดโลกสัปดาห์นี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นขานรับปัจจัยลบเชิงมหภาครอบใหม่ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติเพิกถอนมาตรการภาษีศุลกากรเดิม ส่งผลให้ฝ่ายบริหารตอบโต้ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ทันที

ฟากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านก็ตึงเครียดขึ้นต่อเนื่อง หนุนนักลงทุนแห่เข้าถือครองทองคำท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลกที่ทวีความไม่แน่นอน 

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความเสี่ยงเชิงมหภาค หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯมีมติ 6–3 ซึ่งวินิจฉัยการใช้อำนาจของประธานาธิบดีภายใต้กฎหมาย IEEPA ในการกำหนดอัตราภาษี ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ตามข้อจำกัดทางขอบเขตอำนาจบริหาร ดังนั้นจากการเพิกถอนในครั้งนี้ ส่งผลให้ทำเนียบขาวตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงกว่าเดิม โดยการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที

และจากการตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการค้าโลกอย่างรุนแรง และกลายเป็นปัจจัยเร่งหลักที่ผลักดันให้เกิดการเข้าซื้อทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความผันผวนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน โดยรายงานล่าสุดจาก Reuters ระบุว่าการเจรจานิวเคลียร์ยังคงติดหล่มในประเด็นการยกเลิกคว่ำบาตร

เนื่องจากอิหร่านยังคงยืนกรานสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณคลังสำรอง (HEU stockpile) สูงถึง 440 กิโลกรัม รวมทั้งยังความเข้มข้นที่ 60%

ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับการที่สหรัฐฯ เริ่มเสริมกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกกลาง ทำให้เพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงในการเผชิญหน้าทางทหาร และท่ามกลางตลาดที่ตอบสนองต่อข่าวรายวันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนบวก

ขณะที่บรรยากาศการลงทุนตลาดกำลังเน้นติดตามข่าวใหญ่เป็นหลัก และเข้าสู่ภาวะต้องติดตามข่าวสารรายวันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งประเด็นสงครามการค้าและปมภูมิรัฐศาสตร์มีผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ทำให้ราคาทองคำจะมีโอกาสเหวี่ยงตัวรุนแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และกลยุทธ์ภาพรวมยังคงเน้น “รอย่อซื้อ” โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ $5,080 / $5,000 อย่างไรก็ตามต้องระวังเป็นพิเศษที่ระดับ $5,000 ซึ่งไม่ควรหลุดลงมา

เนื่องจากจะเปลี่ยนภาพเป็นการพักฐานเชิงลึกทันที ขณะที่ฝั่งบนยังมีโอกาสไปต่อหากมีข่าวลบด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางที่กดดันดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวกและยกฐานสูงขึ้น ทำให้สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นการเลือกทิศทางที่ชัดเจนขึ้น และหากราคายังสามารถยืนเหนือระดับที่ $5,000 ได้อย่างมั่นคง

ส่งผลให้จะเป็นสัญญาณบวกระยะกลาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ $5,275 / $5,385 ต่อไป ส่วนของราคาทองคำในประเทศไทยสามารถสะสมตามโซนรับสำคัญที่ 75,200 – 74,700 บาท

และสามารถพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับ 78,000 – 78,500 บาท และนักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดยังคงมีความไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจและข่าวกรองต่างประเทศในระดับสูง

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น