NEWS

GGC รายงานผลประกอบการปี 2568  Adjusted EBITDA เติบโต 26%

GGC รายงานผลประกอบการปี 2568 ปรับตัวดีขึ้น Adjusted EBITDA เติบโต 26% สะท้อนฐานะการเงินมั่นคง รองรับการเติบโตระยะยาว

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC  แจ้งผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายรวม 19,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากปี 2567 สะท้อนคุณภาพกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทฯ ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคง มีสภาพคล่องเพียงพอ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก และการเป็นบริษัท Debt-Free Company ที่พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจตามทิศทางระยะยาว พ.ศ. 2569 –2573 ภายใต้โครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานของภาครัฐ

โดยเฉพาะการปรับลดสัดส่วนอัตราผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B5 ตลอดทั้งปี ส่งผลต่ออุปสงค์ในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการใช้เอทานอล

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 19,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Adjusted EBITDAอยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากปี 2567 สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและโครงสร้างรายได้ที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับปีก่อน

ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ มีรายได้จากการขาย 11,655 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 จากปี ก่อนหน้า ตามปริมาณการขายที่ลดลงร้อยละ 12 จากการปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล อย่างไรก็ตาม Adjusted EBITDA อยู่ที่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อนหน้า สะท้อนการบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น

กลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขาย 8,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จาก ปีก่อนหน้า จากราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดโลก แม้ปริมาณการขายจะปรับลดลงร้อยละ 6 แต่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 567 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากปีก่อนหน้า

สะท้อนบทบาทของธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ในฐานะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลตอบแทนหลักให้แก่บริษัทฯ ในปี 2568

สำหรับธุรกิจ Food & Nutraceutical ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม บริษัทฯรับรู้รายได้จำนวน 94 ล้านบาท โดยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของโครงสร้างรายได้และคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น

บริษัทฯยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่เพียงพอ

ทั้งนี้ ปี 2568 นอกจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ บริษัทฯ ยังต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจำนวน 231 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 จากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของที่ดินตามหลักการบัญชี

เป็นผลให้ปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนสุทธิ 684 ล้านบาท ด้วยงบการเงินที่สะท้อน ผลขาดทุน และส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB (Caution Business) ของเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ

จากผลกระทบดังกล่าว บริษัทฯ เร่งปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยบริหารจัดการต้นทุนและปรับสมดุลโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานอีกทั้งได้ดำเนินการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุน (Provision for Impairment) ในธุรกิจเอทานอลเต็มจำนวนตามมาตรฐานบัญชี

พร้อมทั้งเร่งเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ ภายใต้สถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูง และเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน (Debt-Free Company) ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจและการยกระดับกลยุทธ์องค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนแผนธุรกิจระยะยาวผ่านการสร้างความแข็งแกร่ง และการเติบโตให้กับธุรกิจจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว

สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้บริษัทฯ กลับมามีกำไร และสามารถปลดเครื่องหมายดังกล่าวได้

บริษัทฯ มุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนสูงสุดภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น