บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุน KF-GDIV-USD เสริมพอร์ตแกร่งผ่านการลงทุนหุ้นปันผลชั้นนำทั่วโลก
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลดิวิเดนด์ USD (KF-GDIV-USD) ลงทุนในหุ้นปันผลคุณภาพดีทั่วโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
จับจุดเด่นของหุ้นปันผลที่ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต และการลงทุนเป็น USD ช่วยลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนเต็ม ๆ ใกล้เคียงกับกองทุนหลัก ซึ่งมีประวัติผลการดำเนินงานที่เหนือกว่ากองทุนอื่นในกลุ่มเดียวกัน กองทุนเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 12–20 มกราคม 2569 เงินลงทุนขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
คุณสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน และบางภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้และกำไรที่ชะลอตัว
การสร้างผลตอบแทนจากหุ้นเพียงไม่กี่กลุ่มหรือการลงทุนที่เน้นการเติบโตของราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวมีความท้าทายมากขึ้น การลงทุนในหุ้นปันผลคุณภาพดีจากทั่วโลกจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
เนื่องจากหุ้นปันผลมีความยืดหยุ่นในช่วงตลาดขาลง และมีระดับการปรับตัวลดลงสูงสุดที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม และเป็นโอกาสกระจายลงทุนให้กว้างขึ้นไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมและภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาว”
“บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการลงทุนดังกล่าวจึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรี โกลบอลดิวิเดนด์ USD (KF-GDIV-USD) ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds – Global Dividend Fund ที่ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar*
โดยกองทุนหลักให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นรายตัว เน้นลงทุนในบริษัทคุณภาพดี ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และการเติบโตของเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนรวมที่ดีในระยะยาว” (*ที่มา: Fidelity
International ณ 31 ต.ค. 68
โดยการจัดอันดับดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนแต่อย่างใด) “กองทุนหลักผสานกลยุทธ์การลงทุนทั้งเชิงรับและเชิงรุก กระจายการลงทุนอย่างหลากหลายทั่วโลกทั้งในด้านภูมิภาคและแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
อีกทั้งมีการลงทุนบางส่วนในหุ้นวัฏจักรคุณภาพดีเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการรักษาเงินลงทุนและจำกัดการขาดทุนตามแนวทางเชิงรับ (Defensive) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตในระยะยาว”
“ตัวอย่างหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนจากการคัดสรรบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพในการเพิ่มโอกาสการจ่ายเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถจ่ายเงินปันผลได้แม้ในช่วง COVID-19 เช่น
1.RELX Group กลุ่มธุรกิจ Information Services ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจวิชาชีพ
2. Sanofi กลุ่มธุรกิจ Pharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทด้านเภสัชกรรมระดับโลก มีการพัฒนายาในหลายสาขา เช่น มะเร็ง ภูมิคุ้มกัน หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และวัคซีนต่าง ๆ
3. P&G กลุ่มธุรกิจ Consumer Staples หนึ่งในผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์มากกว่า 60 แบรนด์ และมีมากกว่า 20 แบรนด์ที่สร้างยอดขายเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
4. TSMC กลุ่มธุรกิจ Semiconductor ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิป (Foundry) รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลิตเซมิคอนดักเตอร์ให้กับบริษัทชั้นนำอย่าง Apple, AMD, Nvidia เป็นต้น”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุนหลักสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การลงทุน โดยในช่วงปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดปรับฐานอย่างรุนแรง กองทุนสามารถควบคุมความเสี่ยงขาลงได้ดีจากการเน้นลงทุนในหุ้นเชิงรับและในช่วงปี 2566–2568
แม้ตลาดจะให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่ม Magnificent 7 เป็นหลัก แต่กองทุนยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้เน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว”
“ทั้งนี้ บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่า กองทุน KF-GDIV-USD เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีให้พอร์ตโดยรวม
ทั้งนี้ การลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นสกุลเงินตามกองทุนหลัก ยังช่วยลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกองทุนหลัก โดยไม่ต้องกังวลภาระภาษีเมื่อเทียบกับการลงทุนโดยตรงในกองทุนหลัก” คุณสุภาพร กล่าว
ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

