TECH&INNOVATION

Bitget มองบิตคอยน์แค่ปรับฐานยังไม่ใช่ขาลง

Bitget มองบิตคอยน์แค่ปรับฐานยังไม่ใช่ขาลง คาด FED ลดดอกเบี้ย 0.25% ดันราคาแตะ 105,000 ดอลลาร์ ในสิ้นปีนี้ 

·      Bitget ชี้บิตคอยน์ยังไม่ใช่ขาลงแค่ปรับฐาน หลังลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ  แต่ล่าสุดราคาฟื้นมาได้รับข่าวโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.มีสูงถึง 80% เพิ่มจากเดิมที่มีโอกาสลดแค่ 25% หากลดจริงมีคาดดันบิตคอยน์แตะ 105,000 ดอลลาร์ คึกคักส่งท้ายปี 

·      แนะจับตาการอนุมัติกฎหมาย CARF เพิ่มความชัดเจนการกำกับดูและส่งเสริม คริปโทสหรัฐฯหนุนตลาดคริปโทเชิงบวกระยะยาว ช่วยเสริมความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษี ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากสถาบัน

·      ตอกย้ำแนวคิด Universal Exchange ล่าสุดให้บริการการเงินที่ผสมผสานระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมและตลาดคริปโท นักลงทุนสามารถสลับการลงทุนระหว่างคริปโทและสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อภายใต้บัญชีเดียว ช่วยหนุนให้โลกการเงินทั้งสองเชื่อมเข้าหากันอย่างลงตัว

นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก กล่าวว่าราคาบิทคอยน์ฟื้นตัวขึ้นหลังลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ  

จากการที่ตลาดคาดว่ามีโอกาสที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้เพิ่มเป็น 80% จากเดิมที่เคยลงไประดับ 25% ทำให้มีความหวังกับนโยบายการเงินผ่อนคลายช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่จำเป็นให้กับสินทรัพย์เสี่ยง ลดต้นทุนการกู้ยืม และอาจกระตุ้นแรงซื้อในตลาดคริปโท 

นอกจากนี้การดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของดัชนี Crypto Fear and Greed สู่ระดับ 20 เป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัวหลังจากช่วงความผันผวนรุนแรง ความกลัวในระดับสุดขีดดูเหมือนกำลังแตะจุดต่ำสุด 

โดยปัจจัยที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ที่จะช่วยย้ำการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของ FOMC ว่าจะไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่ม 

มองว่าการปรับตัวลงของบิตคอยน์เป็นการพักตัวปกติกมากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลง คาดว่าหลังจากนี้บิตคอยน์จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยอาจกลับไปทดสอบระดับ 105,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นเดือนธันวาคม ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงของการทะยอยสะสมไม่ใช่การเทขาย” นางสาวเกรซี่ เฉิน  กล่าว 

ในด้านปัจจัยพื้นฐาน การที่สถาบันการเงินเข้ามาในตลาดคริปโทมากขึ้นรวมถึงมีการใช้งานจริงทั้งด้านการชำระเงิน, DeFi และโครงสร้างพื้นฐาน Web3 ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้มีความหมายมากกว่าความผันผวนของราคาในช่วงสั้น  

ขณะเดียวกันต้องจับตากฎหมาย CARF ซึ่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลและส่งเสริมคริปโทที่อยู่ระหว่างพิจารณาของนักการเมืองสหรัฐฯ หากได้รับการอนุมัติจะเป็นปัจจัยบวกต่อการผสานรวมคริปโทเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิม ช่วยเสริมความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษี ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากสถาบันและเร่งให้เกิดการยอมรับในกระแสหลักเร็วขึ้น 

อย่างไรก็ดี Bitget มองว่าการเติบโตระหว่างตลาดคริปโทจะควบคู่ไปกับตลาดการเงินดั้งเดิม Bitget ซึ่งวางสถานะเป็น Universal Exchange (UEX) ที่มีโปรดักต์การลงทุนครบวงจร จึงได้พัฒนาโปรดักต์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดการเงินดั้งเดิมอย่าง เช่นตลาดหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง 

ดยล่าสุดผลิตภัณฑ์สัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับตลาดหุ้นสหรัฐฯมีวอลลุ่มซื้อขายทะลุ 5,000 ล้านดอลลาร์ เติบโตอย่างรวดเร็วเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากวอลลุ่มเเตะ 3,000 ล้านดอลลาร์ 

โดยแรงหนุนมาจากความนิยมในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวกับเอไอและบล็อกเชนอย่างหุ้น Strategy (MSTR) นำเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดซื้อขายสะสม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วย Tesla (TSLA) ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ แล Apple (AAPL) ที่ 472 ล้านดอลลาร์ 

โดยมีชื่อสหรัฐฯในรูปแบบ Tokenized Equity กว่า 30 รายการให้เลือกลงทุน ดังนั้นช่วงที่ตลาดคริปโทมีความผันผวน นักลงทุนมีการย้ายเงินลงทุนไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ Bitget จึงได้มีบริการทางการเงินที่ผสมผสานระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมและตลาดคริปโทที่มีความชัดเจนต่อเนื่องจะช่วยผลักดันให้โลกการเงินพัฒนาไปได้ไกล 

ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Universal Exchange (UEX) ของ Bitget ที่นักลงทุนสามารถสลับการลงทุนระหว่างคริปโทและสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อภายใต้บัญชีเดียว ช่วยหนุนให้โลกการเงินทั้งสองเชื่อมเข้าหากันอย่างลงตัวซึ่งเทรนด์นี้น่าจะเติบโตได้ในระยะยาว

ยักษ์ลงทุน http://www.yaklongtun.com

ใส่ความเห็น